ภาพในหัว

Read it in Loop | Loopless

➜   น้ำตาตกใน เป็นสำนวน หมายถึงเศร้าโศกเสียใจอย่างมาก แต่ไม่แสดงให้ปรากฎ กริยานี้เกิดขึ้นตอนดู MV ประชาสัมพันธ์เรื่องการเรียนฟรี ที่มีฉากเด็กนักเรียนไร้เดียงสา 2-3 คนตอบว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไรบ้าง เด็กไม่ได้ทำผิดอะไร แต่เด็กดูเสียอาการมาก ไม่มั่นใจอย่างแรง บางคนพูดจบด้วยสีหน้าหวาดระแวง สรุปคือเด็กแค่พูดไปตามที่ผู้ใหญ่บอกบท ผู้ใหญ่ใจดีที่เคยตอบคำถามด้วยอาการเดียวกันมาก่อนนี่แหละ

เข้าใจว่าเด็กอาจยังเด็กไป คงไม่มีใครตอบว่า “ยังไม่รู้ค่ะ ลุงจะถามเร็วไปไหน” หรือ “อยากเป็นนักบินอวกาศครับ ยานอยู่ไหน” แต่ MV ดังกล่าวได้เป็นเครื่องเตือนความจำให้นึกย้อนกลับไปว่าผู้ใหญ่อย่างเราได้เคยตอบคำถามนี้ไว้ว่าอะไรบ้าง

จริงจังแค่ไหน หรือคำตอบเปลี่ยนไปเมื่อไหร่ และในวันนี้ เราพอใจในสิ่งที่เราได้กลายเป็น มากน้อยเพียงใด รวมถึงคำถามที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดที่ว่า เราจะปลูกฝังให้เด็กเป็นคนที่มีฝัน เพื่อให้ “สนุกบนความรักเจริญ” ได้อย่างไร?

“โตขึ้นอยากเป็นอะไร” เป็นคำถามที่ถามได้ เพื่อจุดประกายจินตนาการหรือโยนหินถามทางความสนใจ และเพื่อให้ผู้ใหญ่เตรียมสะพานเชื่อมสู่โลกความจริง ที่เอื้อให้เด็กเดินไปสวมภาพในหัวได้โดยลำดับ แต่ไม่ควรถามพร่ำเพรื่อ เพราะเด็กที่จับเซนส์ได้ว่าถามไปอย่างนั้น ก็จะตอบไปอย่างนั้น วนไปรุ่นสู่รุ่น เท่ากับเป็นการบอกเด็กกลายๆ ว่า อาชีพที่จะประกอบในอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ต้องคิด ตั้งเป้า หรือปูทางอย่างจริงจัง แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาวันนี้หลายคนคงกำลังเห็นผลลัพธ์ของมันอยู่ตรงหน้า

ถูกต้อง ไม่ใช่ทุกคนที่จะเกิดมาแล้วรู้แน่ชัดว่าตัวเองอยากเป็นอะไร ไม่ได้พูดคำแรกเป็นคำว่า “ดินสอ” เหมือนปิกัสโซ แต่วัยเด็กเป็นวัยที่เต็มไปด้วยความฝัน ความหวัง แรงกำลังและเวลาที่เป็นใจ มีคุณค่ามากเกินกว่าจะให้ใครมาบอกบทเรื่องจินตนาการของตัวเอง เราควรให้เกียรติเด็กในความเป็นเด็ก เด็กที่มีความสุข สนุก กล้าหาญและมีอิสระในการนึกคิด แม้จะตั้งอยู่บนความที่ยังไม่รู้อะไรก็ตาม เพราะนั่นคือคุณสมบัติดีๆ ที่ผู้ใหญ่หลายคนลืมเก็บรักษาเอาไว้ หรือไม่ก็ถูกทำลายไปในระหว่างทาง

“จะเป็นอะไรก็เป็น” โลกมีงานสุจริตน่าสนใจมากมายจนชีวิตเดียวทำไม่หมด ผู้ใหญ่แค่ทำหน้าที่คอยสนับสนุนประคับประคองให้เด็กหยอดกระปุกความสามารถและต่อจิ๊กซอว์ไปจนเจอสิ่งที่รัก พอรักสิ่งใดก็ใฝ่รู้เอง ไม่ต้องจ้ำจี้จ้ำไช เต็มใจขยัน พอรู้ลึกรู้จริงก็เก่งเอง หาลู่ทางเอง ร่วมกันสร้างประโยชน์มาก ก็รวยไปเอง เก่งแล้วแบ่งปันสังคมก็พัฒนาด้วย ช่วยๆ กันต่อยอดความเจริญ เป็นชีวิตเดียวที่สนุกและมีความหมายพอ

ภาพในหัวคือฝันที่ชัดและหัดมีได้ สำคัญคือฟรี อยู่ที่เราจะใจดีกับตัวเองแค่ไหน เป็นเรื่องระดับ 0.1 ที่ทุกคนพึงมี แม้มันไม่ได้การันตีอนาคตสดใส แต่อย่างน้อยก็เป็นภาพของตัวเองในแบบที่ตัวเองต้องการ คนที่น่าสงสารที่สุดในโลกคือคนที่โตมาโดยไม่รู้ว่าตัวเองฝันได้หรืออนุญาตให้เด็กฝัน เพื่อให้เขาตื่นขึ้นไปตามอย่างมีชีวิตชีวา ให้เขาได้บริหารพรสวรรค์และพรแสวง แม้ต้องเผชิญกับความจริงที่โหดร้าย แต่เชื่อเถอะว่า เขาจะแข็งแกร่งและพอใจในสิ่งที่เขาได้เป็น

เอาแค่นี้ก่อน ยังไม่ต้องพูดถึง 4.0