การจัดการขยะ

Read it in Loop | Loopless

“People inspire you, or they drain you  — pick them wisely.” – Hans F. Hansen

หงุดหงิด โมโห ท้อ เศร้า เสียใจ ความรู้สึกติดลบทั้งหลายที่เกิดจากหลากหลายสาเหตุ กลุ่มคนแวดล้อมที่ต้องเจอ คุณภาพชีวิตที่ไม่ได้เรื่องราว เหล่านี้คือขยะทางอารมณ์ที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวัน หลีกเลี่ยงได้บ้าง รับมือได้บ้าง แต่ในหลายๆ ครั้งเมื่อต้องเผชิญกับอารมณ์ร้ายหรือต้นเหตุของความอารมณ์เสียอย่างต่อเนื่อง ก็คล้ายกับว่ามวลด้านลบเหล่านั้นจะติดตัวเราจนกำจัดได้ยาก เสียทั้งอารมณ์และเสียทั้งเวลา ยิ่งถ้าไม่จัดการโดยปล่อยไว้นานวันก็ยิ่งเกิดคราบฝังแน่น ทำให้จิตใจหม่นหมองจนทำให้เราอาจกลายเป็น Toxic People หรือตัวการก่อมลภาวะให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัวได้

“อารมณ์เสีย” นั้นเป็นมลภาวะทางอารมณ์ที่เราต้องเผชิญอยู่ตลอด แต่กลายเป็นว่าหลายๆ ครั้ง นี่คือหนึ่งในสิ่งที่จัดการได้ยากที่สุด

การจัดการกับอารมณ์ด้านลบหลายรูปแบบนี้ สามารถเปรียบเทียบการจัดการได้เหมือนกับการจัดการขยะในบ้าน 1 หลัง มีวิธีการดำเนินชีวิตทำให้เกิดขยะหลายแบบ ทั้งขยะธรรมชาติย่อยสลายง่าย เศษอาหาร กระดาษ พลาสติก หรือขยะสังเคราะห์ที่ย่อยสลายยากหรือขยะอันตรายที่ต้องแยกไว้เป็นพิเศษ ถ้าหากเจ้าของบ้านทิ้งรวมกันไปโดยไม่แยกประเภท บ้านเราอาจจะสะอาดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว แต่มลภาวะจากการกำจัดผิดวิธีก็จะวนกลับมาหาเราอีกไม่ช้าก็เร็ว ชีวิตของเราก็ไม่ต่างกัน ทุกวันเราต้องเผชิญกับสิ่งต่างๆ ที่ก่อให้เกิดอารมณ์หลากหลาย ทั้งสุข เศร้า กลัว โกรธ เกลียด หลายคนอาจเลี่ยงหรือซ่อนความรู้สึกด้านลบชั่วคราว เหมือนการปิดจมูกเพื่อหนีกลิ่นขยะให้ผ่านไป โดยไม่ได้แก้ไขที่ต้นตอ การยอมรับความสกปรกและหาทางกำจัดขยะเหล่านั้นอย่างถูกวิธี ทำให้ไม่ว่าต้องเจอเหตุการณ์ชวนหงุดหงิดอีกกี่ครั้ง จิตใจเราก็จะมีระบบในการจัดการอย่างถูกต้องอยู่เสมอ

การแยกขยะทางอารมณ์ คือการนำเหตุผลมาใช้แยกแยะความรู้สึก สามารถเริ่มต้นง่ายๆ จากการรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองเมื่อเกิดความขุ่นมัวขึ้นในใจ ไม่ต้องรู้สึกผิดเมื่อโกรธ เกลียด หรือเศร้า เมื่อรู้เท่าทันแล้วจึงรู้จักควบคุม การควบคุมในที่นี้ไม่ใช่การ ‘อดทนเก็บไว้’ แต่เป็นการ ‘รู้สึกตัว’ ไม่จมกับปัญหาและมองหาทางแก้ไข เช่น เมื่อรู้สึกโกรธให้ลองนั่งนิ่งๆ แล้วประชุมกับตัวเองดูว่า สาเหตุของการโกรธคืออะไร เราโกรธใคร ไม่พอใจในสิ่งไหน พอจะมีทางแก้ไขได้หรือไม่ ด้วยวิธีไหน ต่อไปถ้าเจอสถานการณ์ที่คล้ายจะรับมืออย่างไร เพื่อมองเห็นทางออกของต้นเหตุและแก้ไขได้อย่างถูกจุด แต่ถ้าสุดท้ายแล้วต้องเจอกับปัจจัยที่เหนือการควบคุมจนเกินกำลังจะแก้ไขได้จะปล่อยวางอย่างไร เพื่อไม่ให้ความเครียดหรือวิตกกังวลฝังลึกในจิตใจจนส่งผลระยะยาว

ถ้าขยะทั่วไปเราจำเป็นต้องแยกประเภทเพื่อนำไปกำจัดได้ถูกวิธี ขยะทางอารมณ์ก็จำเป็นต้องได้รับการแยกเพื่อหาต้นตอว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของของมวลความไม่สบายใจนั้น ก่อนจะหาวิธีกำจัดที่ถูกต้องและระวังไม่ให้กลับมาอีก

อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยและคิดไม่ถึงว่า ‘แค่อารมณ์เสีย’ นอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังส่งผลบานปลายให้เราเสียอะไรๆ ไปมากกว่าที่คิด เพราะเมื่อมองในมุมของจิตวิทยา จะพบว่า อารมณ์ความรู้สึกนั้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกันระหว่างกายภาพและชีวภาพของร่างกาย ถ้าหากเราโกรธเมื่อไหร่ อัตราการเต้นของหัวใจและความดันในเลือดจะพุ่งขึ้นสูงโดยอัตโนมัติ ทั้งร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเพื่อให้ร่างกายปรับสภาพเตรียมรับมือกับความกดดัน ซึ่งถ้าเครียดบ่อยอาจทำให้เกิดระดับคอร์ติซอลสูง ส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าและภาวะหลับยาก นอกจากนี้ความเครียดที่ต่อเนื่องสะสมในระยะเวลานาน ยังส่งผลกับสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ที่เกี่ยวข้องกับความจำ เหตุผล การวางแผน และการตัดสินใจ เมื่อโกรธมาก ก็ยิ่งส่งให้ลงมือทำทุกอย่างได้ช้าลง ตัดสินใจได้ผิดพลาด ขาดการคิดอย่างถี่ถ้วนถึงเหตุและผลนั่นเอง

การจัดการอารมณ์ได้ถือเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่คอยสนับสนุนให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่ออารมณ์ดีก็จะส่งผลต่อจิตใจ ช่วยหล่อหลอมทัศนคติที่ดีส่งผ่านมาทางบุคลิกภาพ คนที่มีความสุขจากใจจึงเป็นคนจัดการอารมณ์ได้ เข้าใจตัวเอง เป็นมนุษย์ที่รู้จักเห็นใจผู้อื่น แม้การหลบเลี่ยงจาก toxic people หรือสถานการณ์ชวนโกรธได้นั้นจะเป็นเรื่องที่เลือกทำได้ แต่ในบางครั้งที่ไม่สามารถเป็นไปได้จริงๆ เราเองต้องอย่าลืมว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมคนๆ หนึ่งได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่เราทำได้ทันทีคือเราสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติของตัวเองได้ นั่นจึงหมายถึงการเตรียมระบบจัดการขยะภายในบ้านให้พร้อมกับขยะที่อาจเกิดขึ้นอยู่เสมอ