Kamolkarn Kosolkarn
Kamolkarn Kosolkarn
  • Writer: Kamolkarn Kosolkarn
  • Cover Design: Pongsatorn Smitinuntana
  • Tag: Design process

เกมส่งต่อความคิด

Read it in Loop | Loopless

➜   นักออกแบบหลายคนอาจจะเคยเจอเหตุการณ์การสื่อสารหลายต่อ นับตั้งแต่ผู้ว่าจ้าง ที่ปรึกษา ทีมปฏิบัติการฝั่งผู้ว่าจ้าง ทีมเอเจนซี่ เออี ทราฟิก ผู้จัดการโครงการ ผู้ประสานงานโครงการ มาจนถึงผู้รับสารปลายทางสุดคือนักออกแบบเอง หลายครั้งจากโจทย์และความต้องการที่ได้รับการบอกต่อมา เมื่อลงมือทำงานจริงแล้วนำเสนอกลับไปยังผู้ว่าจ้างกลับกลายเป็นหนังคนละม้วน คำถามคือเกิดอะไรขึ้นระหว่างเส้นทางของการสื่อสาร?

งานดีไซน์ที่เป็นผลลัพธ์ปลายทางที่ไม่ตอบโจทย์ สามารถสร้างบรรยากาศแห่งความอึดอัดเมื่อต้องนำเสนอในที่ประชุมได้เป็นอย่างดี ความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นในการส่งต่อสารมาเป็นทอดๆ และผู้รับผิดชอบต่อเรื่องนี้เป็นใครและมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไรถึงจะไม่บอบช้ำกันทุกฝ่าย

เรามาเริ่มต้นจากการเข้าใจที่มาของปัญหานี้ว่าอาจจะไม่ได้อยู่ที่การออกแบบ แต่อยู่ที่ ‘วิธีการสื่อสาร’

ตัวละครที่มีความสำคัญมากในกระบวนการสื่อสารโจทย์อย่างเออีหรือผู้ประสานงานโครงการ ผู้มีหน้าที่สำคัญคือการบันทึกความต้องการและเป้าหมายของแต่ละโปรเจ็กต์ให้ถูกต้องแม่นยำและครบถ้วน เพื่อสามารถส่งต่อให้กับนักออกแบบเป็นผู้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องที่สุด

แต่การส่งสารจากเออีหรือผู้ประสานงานโปรเจ็กต์เป็นหลายอันดับต่อๆ กัน เนื่องจากมีผู้เล่นในกระบวนการหลายฝ่าย เมื่อเกิดการสื่อสารที่เป็นไปโดยไม่มีการถามย้ำเมื่อเกิดความสงสัย ไม่ได้จดบันทึกมาอย่างครบถ้วน หรือแม้กระทั่งไม่มีการทวนโจทย์เพื่อตรวจสอบความต้องการที่ถูกต้อง

หนทางแก้ไขคือการใช้เครื่องมืออย่างแพลทฟอร์มออนไลน์ที่ทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการตั้งกรุ๊ปไลน์แล้วถามตอบกันแบบตีปิงปอง หรือพิมพ์ข้อความไว้ในลักษณะแจ้งมาเพื่อทราบ เพราะนี่คือการสื่อสารที่มี ‘มูลค่า’ หาใช่เกมใบ้คำที่เน้นความสนุก หน้าที่ของคนกลางคือทำให้งานง่ายขึ้น ไม่ใช่ยุ่งยากมากขึ้น ทักษะสำคัญที่ควรมีนั้นคือการเป็นคนช่าง เอ๊ะ! เอะใจ สงสัยแล้วถาม รู้จักเจรจา กล้าที่ถามเจาะลึก เน้นย้ำทุกขั้นตอน แก้ไขข้อขัดแย้ง เพื่อให้สามารถส่งงานให้ลูกค้าได้อย่างตรงตามเป้าหมายมากที่สุด

การมีบรีฟที่ดีจึงเป็นการกำหนดปลายทางให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องทำงานง่ายขึ้น คนกลางจำเป็นต้องจัดทำเป็นข้อๆ สื่อสารให้เข้าใจง่ายสำหรับนักออกแบบและเป็นหลักฐานที่ดีต่อผู้ว่าจ้าง เปรียบเทียบเหมือนการทำวิทยานิพนธ์ที่ต้องมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน มีกระบวนการศึกษาภายใต้กรอบและปัจจัยต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ เป็นการตามโจทย์ที่ถูกต้อง นำพาไปสู่วิธีการทำงานที่มีเป้าหมายด้วยเช่นกัน

เมื่อเกิดปัญหา การได้มาซึ่งบรีฟแล้วนั้นจึงต้องได้รับถูกนำเสนอประเด็นต่างๆ ในที่ประชุมสู่หมู่มวลคนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มทักษะการสื่อสาร  อาจเริ่มต้นจากการอธิบาย หรือแก้ไขด้วยการจัดเวิร์กช็อปให้กับผู้ประสานงาน สร้างเสริมทักษะการเขียนหรือการพูด เพื่อเป็นการฝึกฝนความสามารถสรุปใจความ ลดความกลัวที่จะยกมือถาม

หลายครั้งที่การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง เริ่มต้นได้ง่ายๆ จากการที่มีคนยกมือในห้องประชุมแล้วถามว่า “ขออนุญาตถามคำถามโง่ๆ…” เพราะในโลกของการออกแบบที่ทับซ้อนกับการสื่อสารนั้น มีคำตอบที่ดีรอคำถามที่ถูกต้องอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้ความไม่กล้ากลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้กระบวนการทำงานนั้นไม่ ‘ตรงบรีฟ’ เสียที