Kamolkarn Kosolkarn
Kamolkarn Kosolkarn
  • Writer: Pedro Arilla
  • Translator: Kamolkarn Kosolkarn
  • Editor: Kornkanok Tantisuwanna

เพื่อความงดงามของการเขียน

Read it in Loop | Loopless

➜ สัญลักษณ์ถูกต้องที่อยู่ในที่ที่ถูกต้อง นี่คือพื้นฐานของ orthotypography หรือศาสตร์แห่งการใช้แบบตัวอักษรเพื่อเรียงพิมพ์อย่างสวยงาม

 เราปรุงรสความเงียบให้ก้องกังวานด้วยการใช้คำ เราสร้างจังหวะที่สอดประสานให้กับประโยค สีดำและสีขาวกลายเป็นจริงขึ้นมาอย่างมีชีวิตชีวา และปลุกใจเหล่าทหารเรียงแถวอย่างแน่ตรง พวกเรา (คุณและผม) คือคนรักที่อุทิศตัวให้คำศัพท์ ระหว่างเรา (คุณ — ในฐานะผู้อ่าน และผม — ในฐานะนักเขียน) นี่คือความเชื่อมโยงสำคัญซึ่งเรียกว่า อักขรศิลป์ (typography) ที่มีตัวตนอยู่ อย่างที่โรเบิร์ต บริงเฮิร์ส์ท (Robert Bringhurst) กล่าวว่า ‘เป็นไปเพื่อให้เกียรติเนื้อหา’

เป็นที่พูดกันอย่างกว้างขวาง ว่าอักขรศิลป์นั้นครอบคลุมหลายมิติตั้งแต่เรื่องการตั้งค่าเลย์เอ้าท์ การเลือกแบบตัวอักษร การจัดเรียงตัวอักษรภายในหน้ากระดาษ และการใช้งานสัญญะการพิมพ์อย่างเหมาะสม บทความนี้จะเน้นในมิติสุดท้าย ซึ่งก็คือสิ่งที่เรียกว่า orthotypography หนึ่งในองค์ประกอบที่มักจะถูกมองข้าม orthotypography นิยามการกำหนดชุดของการใช้งานอย่างเฉพาเจาะจง ซึ่งสัญญะทางแบบตัวอักษรที่ควบคุมองค์ประกอบของการเขียน ในขณะที่ typography ที่ถูกต้องนั้นดูดี orthotypography ที่ถูกต้องนั้นทำให้รู้สึกดี คำกล่าวนี้ส่งผลครอบคลุมตั้งแต่หนังสือกวีอันประณีตและข้อความสุดท้ายที่คุณส่งให้คนรักลับๆ ของคุณ

เพราะตัวอักษรปรากฏอยู่ทุกที่ ทุกๆ ข้อความคือเครื่องพิสูจน์ ไม่สำคัญว่ามันจะคร่าวแค่ไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นแล้วมันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเชื่อมต่อความเชื่อมโยงเข้าด้วยกันและเห็นการตกต่ำลงของขนบธรรมเนียม orthotypography บางส่วนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในเมื่ออักขรศิลป์ไม่ได้เป็นของนักจัดวางตัวอักษรมืออาชีพอย่างเดียวเท่านั้น ผมไม่โทษว่าแป้นพิมพ์เป็นผู้ต้องสงสัยเดียวของอาชญากรรมทางตัวอักษรครั้งนี้ แต่มันอาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องหมายอัญประกาศแบบตรงและเครื่องหมายวรรคตอนแบบโค้งหายไป ทั้งจุดไข่ปลาที่ระเหยไปในอากาศหรือการสูญหายของตัวเลขตัวพิมพ์เล็ก ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาเพียงไม่กี่ข้อเท่านั้น  เราปล่อยให้สิ่งเหล่านี้มีฐานะเป็นตัวอย่างของความคุ้นชินที่ไม่ควรเกิดขึ้นมาแต่ทีแรก

ไม่ควรนับว่าเครื่องพิมพ์ดีดเป็นเพียงตัวอย่างที่เล็กน้อย แม้ว่าคีย์บอร์ด QWERTY จะถูกคิดค้นขึ้นตั้งแต่ในปีค.ศ. 1873 และยังคงถูกใช้อยู่ในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนของพวกเรา เปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถสร้างเอกสารเองได้ เป็นเรื่องโชคดี เมื่อเวลาเปลี่ยนและมาถึงในตอนนี้ ความหลากหลายของการชุดการเคาะแป้นพิมพ์แบบรัว ทำให้เราสามารถเข้าถึงชุดของสัญลักษณ์ที่แตกต่างกัน ซอฟต์แวร์สมัยใหม่ (อย่างเช่นการประมวลผลคำและแอปพลิเคชันการพิมพ์มืออาชีพ) ได้ปรับพฤติกรรมของเราให้เป็นอัตโนมัติ และดิจิทัล ฟอนต์ — หรืออย่างน้อยก็ฟอนต์ที่มีคุณภาพ — รวมกันเป็นชุดของแบบตัวอักษรที่สมบูรณ์ โดยย่อหน้าหลังจากนี้จะนิยามการรวบรวมขนบธรรมเนียม orthotypographic ที่สำคัญบางส่วน ทำให้เราได้ค้นพบเคล็ดลับ ความเข้าใจผิด และข้อสงสัยต่างๆ

เครื่องหมายอัญประกาศ

ชุดของเครื่องหมายวรรคตอนนี้เป็นตัวบ่งชี้ข้อความหรือการยกคำพูดของผู้อื่นมาโดยตรง ชื่อของรายการที่ถูกระบุภายในสิ่งพิมพ์ (บทต่างๆ ในหนังสือ ตอนต่างๆ ของรายการโทรทัศน์ บทความต่างๆ ในวารสารที่ออกตามกำหนด และอื่นๆ) และความย้อนแย้งหรือความกำกวม (‘scare quotes’ ที่ถูกขนานนามในหมู่เพื่อน) เครื่องหมายเหล่านี้ถูกเรียกว่า เครื่องหมายอัญประกาศ อย่างไม่มีข้อสงสัยเลยว่ามีการนำไปใช้ในทางที่ผิดที่เกิดขึ้นบ่อยมากที่สุด ผมรู้แหละว่าคุณคิดว่าคุณใช้เครื่องหมายเหล่านี้ได้ดี อย่างไรก็ตาม ขอให้ผมได้ตรวจสอบบางอย่างก่อนที่คุณจะข้ามไปส่วนต่อไป

เพื่อเป้าหมายในการทำให้ประเด็นนี้เข้าใจง่ายที่สุด พวกเราจะพิจารณาเฉพาะแบบตัวอักษรละตินเท่านั้น แต่ละภาษาภายในชุดแบบตัวอักษรเดียวกันนั้นจะเป็นไปตามแบบแผนและเครื่องหมายของตัวเอง ตัวอย่างเช่น ภาษา “อังกฤษ” และ ”สวีดิช” ใช้เครื่องหมายที่เขียนอยู่ด้านบนหรือมุมขวา (superior mark) แต่หันไปในทิศทางที่ต่างไป ทั้งภาษา „ดัชต์” „เยอรมัน“ มีเครื่องหมายอัญประกาศทั้งบนและล่าง และเครื่องหมายอัญประกาศในภาษา «สเปน» และภาษา »เดนิช« แม้ว่าเป็นภาษาเดียวกัน แต่วิธีการสามารถเปลี่ยนไปได้ อย่างเช่นภาษาอังกฤษแบบ ‘บริติช’ และ “อเมริกัน” ตัวอย่างนี้จะเห็นว่าการใช้งานเครื่องหมายคำพูดนั้นมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกเราต้องสลับไปยังชุดเครื่องหมายที่แตกต่างกันภายในประโยคที่ยกมา ในสิ่งที่เรียกว่าการใช้ในระดับทุติยภูมิ อย่างที่คุณเดาได้เลยว่าแต่ละภาษามีกฎเกณฑ์การใช้ของตัวเอง อย่างเช่น ประโยคของ คาร์ลอส ไดโจ (Carlos dijo) ที่กล่าวว่า «No me puedo creer que me llamara “idiota” delante de sus padres.» [Carlos said: ‘I cannot believe that he called me “idiot” in front of her parents.’]

 เมื่อคุณได้รู้ว่าอะไรคือประเภทของเครื่องหมายคำพูดที่เราต้องใช้ ถึงเวลาการใช้งานอันที่ถูกต้องและไม่ใช่ยกมาใช้แบบผิดทั้งชุด บ่อยครั้งที่อัญประกาศแบบตรงนั้นถูกพิมพ์แทนที่อัญประกาศแบบโค้งและเครื่องหมายวรรคตอน ได้โปรดอย่าทำอย่างนั้น แต่คำถามคือทำไมสิ่งนี้ถึงเป็นเช่นนี้ นั่นเพราะว่าเครื่องหมายเหล่านี้ฝังอยู่ในคีย์บอร์ด ก็ยุติธรรมดี แต่ลองดูให้ลึกกว่านี้

อัญประกาศแบบตรงนั้นมาจากแป้นพิมพ์ และพูดจริงๆ ก็เพราะพวกเขาไม่มีฟังก์ชั่นของแบบตัวอักษร เครื่องหมายเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีเหตุผลอย่างเพราะเป็นเรื่องของการประหยัดพื้นที่ การที่มีเครื่องหมายบนคีย์บอร์ด 2 ส่วน (เครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยวและคู่)  ทำให้พวกเขาสามารถที่จะละเว้นเครื่องหมายอื่นได้ถึง 6 ตัว (ได้แก่ เครื่องหมายอัญประกาศเปิดเดี่ยว (‘) อัญประกาศปิดเดี่ยว (’) อัญประกาศเดี่ยวแบบตรง (′) ที่ถูกทำเป็นเครื่องหมายระบุหน่วยฟุตและนาที  อัญประกาศเปิดคู่ (“)  อัญประกาศปิดคู่ (”) อัญประกาศคู่แบบตรง ( ″ )  (ใช้สำหรับทำเครื่องหมายระบุหน่วยนิ้วและวินาที) ในวันนี้ อัญประกาศแบบตรงนั้นถูกใช้อย่างกว้างขวางสำหรับระบุหน่วยฟุตและนิ้ว (ในการไม่มีอยู่ของเครื่องหมายอัญประกาศเดี่ยวแบบตรงและเครื่องหมายอัญประกาศคู่แบบตรงบนคีย์บอร์ดของเรา) แต่คนหลายคนเกิดความสับสนกับอัญประกาศคู่ที่ถูกใช้บ่อยกว่า คำถามคือ ถ้าหากพวกเขาใช้อัญประกาศเปิดคู่น้อยกว่า ทำไมพวกเขายังคงมีอัญประกาศเดี่ยวอยู่ในคีย์บอร์ด? บางหน่วยประมวลผลคำอัตโนมัติได้เปลี่ยนอัญประกาศแบบตรงให้เป็นอัญประกาศแบบโค้ง ในบางครั้ง แป้นพิมพ์ก็ทำให้เราที่เป็นผู้พิมพ์ที่แย่ได้ง่ายขึ้น ข้อผิดพลาดที่เห็นได้ทั่วไปอีกหนึ่งข้อคือ เมื่อพิมพ์ภาษาที่ใช้เครื่องหมายอัญประกาศแต่ละคู่ ในฐานะเครื่องหมายอัญประกาศคือการใช้สัญลักษณ์วงเล็บสามเหลี่ยม ด้วยความที่สัญลักษณ์ที่จำเป็นจำนวนมากเหล่านี้ถูกซ่อนให้พ้นจากคีย์บอร์ดหลักที่พวกเรากำลังใช้งาน จึงเป็นเรื่องยากที่จะรู้วิธีการที่จะเข้าถึงสิ่งเหล่านั้น และนี่คือทางลัดจากคีย์บอร์ดบริติช

เครื่องหมายขีด

ท่ามกลางบรรดาเครื่องหมายแนวนอนทั้งหมด กลุ่มย่อยของเครื่องหมายขีด (–) คือหนึ่งในสิ่งที่สามารถเป็นตัวแทนของความยากได้ชัดเจนที่สุด พวกเขาไม่ได้เป็นอะไรเลยนอกจากเส้นเล็กๆ ใช่ไหมล่ะ? คำตอบคือ ทั้งใช่และไม่ใช่ ถ้าหากคุณต้องการที่จะเป็นเนิร์ด orthotypography และคุณควรจะเป็นด้วย คุณจำเป็นที่จะต้องเข้าใจสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างเฉพาะ เริ่มจากอันง่ายๆ ก่อนก็คือเส้นใต้ ( _ ) หรือเส้นที่อยู่เหนือเส้นฐานของแบบตัวอักษรนั้นๆ เรื่องราวของมันเกี่ยวข้องกับแป้นพิมพ์ แต่อย่างน้อยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ มันคือการถูกแนะนำในฐานะวิธีการขีดเส้นใต้คำด้วยการเคลื่อนย้ายไปมาสู่จุดเริ่มต้นและพิมพ์ทับเส้นใต้ ในวันนี้ มันได้เหลือการใช้งานที่อยู่ในฐานะผู้สร้างพื้นที่ เมื่อพื้นที่จริงนั้นไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิ่งแวดล้อมสารสนเทศ เช่น ชื่อไฟล์คอมพิวเตอร์ URLs เซิร์ฟเวอร์ ชื่ออีเมล และอื่นๆ

เราเจอเครื่องหมายขีดสั้นหรือยัติภังค์ (-) เครื่องหมายขีดยาวหรือยัติภาค (—) และเครื่องหมายลบ จัดวางอยู่บนศูนย์กลางอย่างคร่าวของ x-height (ความสูงของตัวอักษร x แบบพิมพ์เล็ก) โดยทั่วไปขีดเหล่านี้มีความยาวที่ต่างกัน รวมถึงน้ำหนักด้วย แบบตัวอักษรละตินโบราณ ความยาวของขีดนั้นเกี่ยวข้องกับขนาดของตัวอักษร เช่น เครื่องหมายขีดยาว ขนาด 12 พอยต์ในการพิมพ์ตัวอักษรขนาด 12 พอยต์ และเครื่องหมายขีดสั้นจะเป็น 6 พอยต์เพราะเป็นครึ่งหนึ่งของเครื่องหมายขีดยาว การเล่นคำนี้ชี้ให้นักออกแบบตัวอักษรเริ่มต้นเรียกเครื่องหมายยัติภังค์ (en dash) กับเครื่องหมายยัติภาค  (em dash) มีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ไม่ว่าจะกรณีไหนก็ตาม เครื่องหมายยัติภังค์นั้นเป็นสิ่งที่หนักและสั้นที่สุด (ความยาว 1 ในสี่ส่วนของเครื่องหมายขีดยาว) มันถูกใช้เพื่อเชื่อมโยงสำหรับคำประสม (เช่น anti-nuclear) หรือใช้เพื่อแยกคำที่ไม่พอดีกับประโยคที่มีอยู่ ขนาดของเครื่องหมายขีดสั้นหรือ en dash นั้นมีความยาวประมาณตัวอักษร n (เซอร์ไพร์สสุดๆ!) และใช้เพื่อเชื่อมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับ (เช่น 1984–2018) ความยาวของเครื่องหมายยัติภาค — อย่างที่คุณจะเดาได้ ว่ามันเกี่ยวกับเครื่องหมาย em dash และถูกใช้ในฐานะนขลิขิตหรือวงเล็บ — อย่างเช่นแบบนี้ — หรือใช้เพื่อเกริ่นนำประโยคเสริม ขีดเครื่องหมายลบใช้เพื่อควบคุมการหักลบในคณิตศาสตร์และเครื่องหมายลบก็มีความยาวประมาณตัวอักษร n มักถูกใช้ในคณิตศาสตร์เพื่อแทนที่เครื่องหมายยัติภังค์

จุด

มหัพภาคหรือจุด อย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นดาวรุ่งแห่งเครื่องหมายคั่นหน้า เป็นสิ่งแรกที่พวกเราเรียนรู้ที่จะใช้งาน และเป็นสิ่งแรกที่เราเชี่ยวชาญ ทุกคนรู้ว่ามันใช้งานอย่างไร ใส่เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการจบประโยค ใส่หลังจากตัวย่อ หรือในอีเมลและที่อยู่เว็บไซต์ นี่คือคำแนะนำสำหรับคำใครก็ตามที่เกิดก่อนยุคปฏิวัติดิจิทัล ทั้งในช่องแชท ประโยคที่จบด้วยจุดสามารถอนุมานได้ถึงสำเนียงที่เกรี้ยวกราดในประโยคของเรา แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่ว่างสองเคาะหลังจากจุดคือการกระทำที่ผิดพลาดเสมอ

เมื่อเราต้องการเว้นวรรค หยุดพักเชิงสำนวนโวหาร หรือทำการแสดงลำดับที่ต่อเนื่องกันด้วยตรรกะเดียวกัน พวกเราสามารถเชื่อมกันด้วยจุดสามจุด แต่ในความเป็นจริงคือ มีเครื่องหมายวรรคตอนที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองเรียกว่า  จุดไข่ปลา ที่เราควรจะใช้ในสถานการณ์นั้นๆ ซึ่งจากมุมมองของการออกแบบ จุดไข่ปลามักจะถูกทำให้มีระยะห่างมากกว่าการพิมพ์จุด 3 จุดเรียงต่อกัน

มีสัญลักษณ์จุดบางจุดที่อยู่เหนือจากเส้นฐานแต่ไม่ใช่คร่อมบนเส้นฐาน ซึ่งคุ้มค่าจะรู้ เช่น จุดกลาง (·) จุดนำ (bullet) ( • ) จุดดอท โอเปเรเตอร์ (⋅) จุดกลางสามารถใช้เพื่อแยกรายการในการจัดวางแนวนอน อย่างไรก็ตาม ลักษณะการใช้แบบโดดเด่นของจุดกลางนี้จะเห็นได้ในภาษาคาตาลัน เป็นส่วนหนึ่งของ geminate L หรือการจับคู่ ‘l’ จุดนำคือลูกพี่ลูกน้องตัวอ้วนของจุดกลางและถูกใช้ในฐานะจุดเด่นของอักษรศิลป์ มันมักถูกใช้นำหน้ารายการต่างๆ ในลิสต์ ตัวสุดท้ายของกลุ่มนี้คือ จุดดอท โอเปเรเตอร์ สัญลักษณ์ที่บ่งชี้ผลิตภัณฑ์ในคณิตศาสตร์ หรือเพื่อแสดงถึงการ “และ” ในการคำนวณสูตรตรรกะศาสตร์รูปนัย มันจำเป็นจะเป็นไปตามลักษณะการออกแบบของสัญลักษณ์เชิงคณิตศาสตร์ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ไม่มีสัญลักษณ์จุดไหนที่จำเป็นจะต้องเป็นวงกลมเสมอไป

ตัวเลขและอื่นๆ

จากบันทึกส่วนตัว ผมพบว่าการทำกลุ่มตัวเลขที่ตั้งอยู่บนเส้นฐานหรือไลน์นิ่ง (lining figures) ให้เป็นมาตรฐานนั้นเป็นเรื่องน่าเศร้าใจนิดหน่อย ผมมีเหตุผลหลายประการ แต่เริ่มจากจุดเริ่มต้นก่อน นั่นคือมีตัวเลข 3 ชุด แต่ละชุดนั้นมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน หนึ่งคือตัวเลขแบบโอลด์สไตล์ (Oldstyle figures) หรือเลขแบบตัวพิมพ์เล็ก ได้รับการออกแบบเพื่อจับคู่เข้ากับแบบตัวอักษรพิมพ์เล็กในขนาดและระดับความเข้มอ่อนของสีชุดตัวอักษร แบบตัวเลขนี้ควรถูกใช้ในเนื้อความ ถ้าหากพวกเราใช้ตัวเลขไลน์นิ่ง (lining figures) หรือเลขแบบตัวพิมพ์ใหญ่ มันจะมีความสูงมากกว่า เพราะมันถูกออกแบบมาให้คู่กับแบบตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ เว้นแต่ว่ามันคือข้อความที่ถูกเรียงพิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด สามคือ ทาร์บูล่า (tabular figures) หรือกลุ่มตัวเลขที่มีพื้นที่เท่ากันทั้งชุด แบบนี้จะคล้ายคลึงกับกลุ่มตัวเลขที่ตั้งอยู่บนเส้นฐาน แต่มีความกว้างเท่ากันทั้งชุด นั่นทำให้แบบสมบูรณ์มากขึ้นสำหรับการนำไปเรียงพิมพ์ในตาราง นักอ่านในวันนี้นั้นมีความคุ้นเคยกับการเห็นชุดตัวเลขแบบไลน์นิ่ง นั่นเพราะว่ามันเป็นแบบที่พิมพ์ง่ายที่สุดในการใช้งานแป้นพิมพ์ แต่ตัวเลขแบบโอลด์สไตล์นั้นทำงานได้ดีกว่าในเนื้อความที่เป็นตัวพิมพ์เล็ก อย่างที่ผมได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้ว่าเป็นเรื่องเศร้าสำหรับผมและนักออกแบบฟอนต์คนอื่นๆ ที่ตัวเลขโอลด์สไตล์นั้นใช้งานได้แต่ถูกใช้งานน้อย ลองตรวจสอบชุดแบบสัญลักษณ์ของฟอนต์โปรดของคุณดู ถ้าเป็นแบบที่มีคุณภาพมันจะรวมตัวอักษรหรือเครื่องหมายที่เขียนอยู่ด้านบนหรือมุมขวา (superior) และตัวเลขเข้าไปด้วย

สิ่งที่มักจะใช้งานคู่กับชุดตัวเลขก็คือสัญลักษณ์คณิตศาสตร์และค่าเงิน ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานคู่กับตัวเลข ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายบวก ลบ (ไม่ใช่ยัติภังค์) คูณ (ที่ไม่ใช่พยัญชนะ X) หาร เครื่องหมายเท่ากับและไม่เท่ากับ รวมถึงเครื่องหมายอื่นๆ อีกมากมาย เช่นเดียวกับสัญลักษณ์ค่าเงิน คุณสามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุดผ่านแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นที่ต้องระมัดระวังวิธีการพิมพ์เครื่องหมายเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ในภาษาอังกฤษ เบียร์นั้นมีราคา £4.99 แต่ในภาษาสเปน เราจะเรียกว่า 4,99 £ ลองสังเกตถึงตำแหน่งขอสัญลักษณ์ค่าเงิน การแบ่งจุดทศนิยม และพื้นที่บางๆ ระหว่างตัวเลขและสัญลักษณ์ค่าเงินปอนด์

เว้นวรรค

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด พื้นที่ว่างสีขาวระหว่างแบบตัวอักษรนั้นเป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับชุดของตัวอักษรทั้งหมด เป็นเหตุผลง่ายๆ ในการใช้งานสำหรับคนที่พิมพ์เป็นมืออาชีพหรือนักออกแบบด้วยซอฟต์แวร์อย่าง InDesign แต่มันไม่สามารถใช้งานได้ในโปรแกรมอื่นอย่าง MS Word สิ่งที่เหมือนกันมากที่สุดคือ เว้นวรรค (ช่องว่างระหว่างคำ) พื้นที่ em (ประมาณเครื่องหมาย —) พื้นที่ en (ประมาณเครื่องหมาย -) พื้นที่บาง (พื้นที่ว่างประมาณเครื่องหมาย em หารเป็น 5 ส่วน) พื้นที่บางเฉียบ (พื้นที่ว่างที่บางมากๆ ระหว่างเครื่องหมาย em หารเป็น 16 ส่วนและเครื่องหมาย em หารเป็น 24 ส่วน) ผู้พิมพ์เลือกใช้พื้นที่ว่างที่กว้างที่สุดสำหรับเรื่องอย่างเช่นการเคาะย่อหน้าและในตาราง และพื้นที่ที่บางที่สุดสำหรับการแยกองค์ประกอบแต่ไม่มากเกินไป ตัวอย่างเช่น ตัวเลข [พื้นที่บาง] เครื่องหมายค่าเงิน หรือพื้นที่บางเฉียบรอบเครื่องหมายยัติภาค ซึ่งเครื่องหมาย — จะไม่ไปแตะโดนคำที่ตามมาข้างหลัง นี่คือวิถีทางที่จะเป็นความงดงามที่ซ่อนเป็นนัยยะอยู่

สรุป

พวกเรามองเห็นบางความเป็นไปได้ที่ฟอนต์ในปัจจุบันนี้จะมอบให้กับนักออกแบบตัวอักษรเป็นโอกาสพิเศษและนักออกแบบตัวอักษรมืออาชีพ รวมถึงวิธีการใช้งานด้วย อย่างไรก็ตาม ในทุกมุมมองของชีวิต บริบทเป็นเรื่องสำคัญ นั่นหมายความว่าข้อตกลงไม่ใช่กฎเกณฑ์ ในทางกลับกัน ชุดของเครื่องหมายอัญประกาศอันไหนที่ผมควรใช้? มันเป็นข้อตกลงที่แปรผันไปตามภาษา หรือผมควรจะใส่พื้นที่ว่างก่อนและหลังเครื่องหมายขีดยาว มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเขียนภาษาอังกฤษแบบบริติชหรืออเมริกัน เป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ที่จะเพิ่มจุด 4 จุดหลังจากการใช้จุดไข่ปลา เมื่อถึงตอนจบของประโยค สิ่งนี้จะถูกกำหนดโดยสไตล์ของการบรรณาธิกรสิ่งพิมพ์เล่มนั้นๆ

ศิลปะแห่ง orthotypography เป็นเรื่องที่ซับซ้อนแต่ก็น่ายินดี ข่าวดีคือนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของถนนสายยาวเท่านั้น และมีสิ่งที่รออยู่อีกมากมายในปลายทาง อาทิ เครื่องหมายขีดตั้ง ( | ) วงเล็บ ( ) เครื่องหมายคำถาม (?) เครื่องหมายดอกจัน (*) สัญลักษณ์และ (&) เครื่องหมายอัฒภาค (;) ลูกศร (®) และอื่นๆ ทั้งยังมีเรื่องของตัวเอียง ตัวใหญ่ขนาดเล็กที่หมายถึงตัวพิมพ์ตัวใหญ่ที่มีขนาดเล็กกว่าธรรมดา และอีกมากมาย ถ้าหากคุณมีความสนใจชุดเครื่องหมายวรรคตอนของเราเพื่อค้นหาเรื่องราวเบื้องหลังที่อยู่ทุกมุมของอักษรศิลป์  ขอบเขตระหว่างอักษรศิลป์และอักษรศาสตร์สามารถบ่มเพาะให้เข้าเนื้อด้วยการใช้ศักยภาพทั้งหมดของฟอนต์ ปล่อยให้เนื้อความของคุณได้รู้สึกดี ทำเพื่อความงดงามของการเขียน

 

หมายเหตุ: บทความนี้แปลจากบทความ For the beauty of writing เขียนโดย Pedro Arilla จาก Fontsmith