ลิขิต

Read it in Loop | Loopless

➜ คำพูดบางประโยคถูกพูดเอาไว้นานแล้ว และยังคงจริงอยู่เสมอ บางเรื่องเป็นสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว แต่ไม่เคยพูดมันออกมา หรือไม่ก็อาจจะเคยรู้แต่ได้หลงลืมไป บางประโยคช่วยปลดล็อคให้เราเคลื่อนเข้าไปสู่ความเข้าใจใหม่ๆ ได้ทันที และหลายครั้งที่เราต้องใช้เวลาทำใจยอมรับในสิ่งที่สมองเคยยอมรับไปแล้วว่ามันไม่จริง

เหตุผลข้อเดียวที่คนเราบันทึกและถ่ายทอดข้อความที่กลั่นออกมาเป็นบทสรุปของประสบการณ์ ก็เพื่อให้คนอื่นได้มีโอกาสทำความเข้าใจในสิ่งที่ยังไม่ได้ประสบ เผื่อว่าจะได้ไม่ต้องไปพลาดในเรื่องที่ไม่ต้องพลาดก็ได้ หรือหากพลาดไปแล้ว จะได้รู้ว่าเราไม่ได้เผชิญกับสถานการณ์และความรู้สึกต่างๆ เพียงลำพัง แต่เรามีเพื่อนที่ต่างเดินทางไปเจอเรื่องเดียวกันในแบบฉบับของตัวเอง

ถ้าวันนี้ ตอนนี้เลย คุณได้ยินคำว่า “ชีวิต ลิขิตเอง” คุณรู้สึกกับมันอย่างไร หรือถ้ามีคนพูดคำว่า “ชีวิต ออกแบบได้” คุณว่าเขาดัดจริตไหม หนังสือธรรมะเล่มหนึ่งบอกว่า “ชีวิต ออกแบบได้ …ไม่หมด” เพราะมีระบบกรรมมาช่วยออกแบบด้วย ในขณะที่เจิน เจินได้กล่าวไว้ในอัตราร้อยละว่า

G               Em   G                 Am       Em     Am     D     G

สามสิบลิขิตฟ้า    เจ็ดสิบต้องฝ่าฟัน    ต้องสู้    ต้องสู้     จึงจะชนะ

เมื่อวิเคราะห์ดูจะเห็นว่าไม่มีประโยคไหนเลยที่ผิด อยู่ที่ใครจะเลือกพูดอ้างอิงศาสตร์ไหน เราอาจพูดประโยคนี้ใหม่ได้อีกว่า “ชีวิต ลิขิตต่อจากที่โดนลิขิตมาอีกที” ก็ได้ เรามีหน้าที่ควบคุมปัจจัยที่พอจะควบคุมได้ให้มากที่สุด เพื่อสร้างความน่าจะเป็น สร้างความเป็นไปได้ในการบรรลุเป้าหมาย โดยถือว่ามันเป็นการสร้างโชคหรือลิขิตที่สอง ภายใต้เงื่อนไขของลิขิตแรกที่เราได้รับมาแบบไม่มีโอกาสปฏิเสธ

ในเวลาที่ยังมี เราจะโฟกัสกับการทำอะไรให้เกิดขึ้นหรือจะมัวหดหู่อยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา เราปล่อยให้ชีวิตพามาหรือเรานำพาชีวิตมาแล้วกี่เปอร์เซนต์ เราเป็นหนูที่ติดจั่นแห่งความจำเป็น จั่นที่ไม่เคยเลือก จั่นที่คนอื่นเลือกให้ หรือจั่นที่ตัวเองเลือก เราต้องระบุและยอมรับให้ได้ เพื่อปรับปรุงชีวิต

ข่าวดีคือ ชีวิตคนเราวัดกันที่ลิขิตที่สอง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีนักพูดสร้างแรงบันดาลใจที่ไม่มีแขนขา ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาแปลว่ายังมีโอกาส เห็นหลายคนที่ใกล้ตายไม่เห็นมีใครอยากตายเลยสักคน นั่นคงแปลว่าแท้จริงแล้ว ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่า น่าออกแบบ น่าเติมความหมาย และสมควรได้รับการเฉลิมฉลอง ข่าวร้ายคือ ไม่มีใครแคร์คนที่โทษคนอื่น คนที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นแบบนี้ ถ้าเรายอมวิ่งอยู่ในจั่นที่คนอื่นเลือกให้ นั่นแปลว่าเราเลือกอนุญาตมันเอง

ชีวิตใหม่เริ่มได้ทุกวัน เราเดินออกจากคนเดิมได้ทุกเวลา เราพลาดก็เพื่อที่จะเก่ง เราเคยเลวก็เพื่อที่กลับตัวให้ดี สำคัญคือต่อจากนี้อย่าเป็นคนเหี้ย ไม่ต้องมองหาตัวอย่างในการตัดสินใจ เพราะไม่มีชีวิตใครที่เหมือนกัน กรุณาเลือกทำในสิ่งที่ทำให้คุณอยู่กับตัวเองได้อย่างสงบ แล้วจะพบว่าคุณจะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีต่อคนอื่นด้วย