Chulabhorn Royal Academy Typeface

Read it in Loop | Loopless

➜  ไทป์เฟซราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (Chulabhorn Typeface) ออกแบบขึ้นเพื่อถวายให้กับสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ด้วยพระนามกรม “ศรีสวางควัฒน” แสดงถึงพระอุตสาหะบำเพ็ญพระกรณียกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะด้านการแพทย์ พระนามกรมมีความหมายว่า “เป็น “ศรี” แห่งความเจริญหรือการพัฒนาสุขภาพ” (สวางค แปลว่า ร่างกายที่ดี ร่างกายที่ได้รับการบำรุงเป็นอย่างดี, วัฒน แปลว่า ความเจริญ, ความงอกงาม) 

ฟอนต์ชุดนี้เผยแพร่ให้คนทั่วไปดาวน์โหลดใช้งาน เจตนาแรกของการออกแบบจึงต้องคำนึงถึงกลุ่มผู้ใช้ที่กว้างขวาง ทั้งสำหรับองค์กรและผู้ใช้งานทั่วไป นอกจากนี้ยังคำนึงถึงการนำไปทูลเกล้าฯ ถวาย ใช้งานได้ในโอกาสและวาระต่างๆ โครงสร้างแบบตัวอักษรจึงมีความเป็นทางการ ไม่มีการตกแต่ง ประดับลวดลาย หรือรายละเอียดที่มากจนเกินไป

ไทป์เฟซจุฬาภรณ์ลิขิตคือฟอนต์เฉพาะขององค์กร (Corporate Font) ออกแบบภายใต้เงื่อนไขให้เป็นตัวมีหัว (looped terminal) เพื่อให้ตอบโจทย์ในเรื่องของการอ่าน รักษาเอกลักษณ์ของตัวอักษรไทยที่ถูกต้องตามหลักมาตรฐาน และครอบคลุมต่อการใช้งานที่หลากหลายด้วยการออกแบบทั้งสำหรับเป็นตัวพาดหัว (display) เเละตัวเนื้อความ (body text)

เมื่อเรานึกถึงตัวอักษรที่ใช้เป็นตัวพาดหัว แบบอักษรที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันส่วนมากมักจะเป็นตัวหนังสือมีหัวแฝงเร้นหรือที่เราคุ้นชินกันคือตัวไม่มีหัว (loopless terminal) แต่หากเรามองย้อนไปเมื่อช่วงปีพ.ศ. 2460–2482 ครั้งหนึ่ง แบบตัวอักษรพาดหัวของไทยก็เคยเป็นตัวมีหัวมาก่อน เช่น ตัวโป้งแซ โป้งไม้ และเริ่มเลือนลางไปเมื่อเข้าสู่ช่วงตัวขูดและยุคโปสเตอร์เขียนในช่วงปีพ.ศ. 2500

สามารถเข้าอ่านข้อมูลเพิ่มเติมของตัวโป้งและตัวโป้งแซได้ที่นี่

เนื่องด้วยบริบทของสังคมที่เปิดรับการใช้งานตัวหนังสือแบบไม่มีหัวมากขึ้น รวมไปถึงความสามารถในการปรับรูปร่างหน้าตาที่สนุกสนานได้มากขึ้นของตัวหนังสือไทยไม่มีหัว ร่วมกับอีกปัจจัยคือการที่ตัวหนังสือมีหัวในท้องตลาดนั้นถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในรูปแบบของตัวเนื้อความไทป์เฟซจุฬาภรณ์ลิขิตทั้งตัวพาดหัวและตัวเนื้อความจึงออกแบบให้มีความแตกต่างกัน ผ่านการลดทอนรูปร่างหน้าตาออกมา เพื่อให้อ่านได้ง่ายในขนาดเล็ก หรือเมื่อนำตัวหนังสือเหล่านี้มาใช้ในขนาดใหญ่ ก็มีการเพิ่มเติมรายละเอียดตกแต่ง เพื่อให้มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน

 

ที่มาภาพ 

แบบตัวอักษรของตัวพาดหัว (Display) ได้รับการถอดแบบมาจากตัวหนังสือในพระนามาภิไธยย่อ ที่เป็นลักษณะตัวกึ่งมีหัวหรือตัวหนังสือที่มีหัวกลมแต่ไม่เต็ม เป็นรายละเอียดที่เหมาะแก่การนำมาใช้เป็นตัวพาดหัวในขนาดที่ใหญ่ รวมไปถึงรายละเอียดของปลายจบ (Terminal) ที่มีการนำวิธีการเขียนแบบอักษรในสมัยก่อนคือแบบของตระกูลตัวนริศเข้ามาใส่ ทำให้ปลายมีรูปแบบตวัด คนไทยจะคุ้นชินเพราะพบเห็นได้ในเส้นสายของลายไทย เอกลักษณ์ส่วนนี้ถูกนำมาปรับใช้กับทั้งตัวภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตัวเลข และตัวเครื่องหมายสัญลักษณ์ทั้งชุดของตัวพาดหัว

ที่มาภาพ Damrong Dham Talipot Fan for Prince Damrong on his 60th birthday, painting, 12 July 1922. (Chitrabongs, Chittawadi. Prince Naris: a Siamese Designer. New York: Kodansha USA, 2017.)

โครงสร้างตัวหนังสือเป็นโครงสร้างสร้างตัวหนังสือข้อต่อแบบ (Modular system) หรือวิธีการเขียนแบบยกมือ ไม่ใช่วิธีการเดินเส้นแบบลากเส้นต่อ ทำให้เกิดเป็นจุดเด่นที่จดจำได้ง่ายตามตัวที่มีข้อต่อ เช่นตัว น ม ด ต เป็นต้น

ในส่วนของตัวหนังสือเนื้อความ (Text) เราใช้โครงสร้างแบบอักษรเดียวกันกับตัวพาดหัว เนื่องจากตัวอักษรในส่วนนี้จะถูกใช้เพื่อให้เอื้อในการอ่านเนื้อความในระยะเวลานาน (High Legibility) ความหนา-บางของตัวอักษร และจุดตัดขาดจึงถูกลดทอนให้กลับเป็นวิธีการเดินเส้นที่โมโนไลน์มากขึ้น เพื่อลดจุดบาดตา (Flair) ในขณะอ่าน เพราะในการอ่าน เราต้องการให้คนอ่านรับสารที่ตนอ่าน มากกว่าที่จะต้องไปสะดุดกับสิ่งแปลกปลอมจากตัวหนังสือ ดังนั้นจุดนี้เราจึงเหลือไว้เพียง Modular system เพียงเท่านั้น โดยยังคงแฝงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ขัดต่อการส่งสารของตัวหนังสือจุฬาภรณ์ลิขิตชุดนี้

เนื่องจากตัวพาดหัวมีจุดขาดที่เป็นลักษณะปลายแหลม ถ้าหากออกแบบด้วยการเพิ่มเส้นสี่เหลี่ยมตัดตรงแบบปกติที่ปลายจบ จะทำให้เกิดภาพรวมที่มีมุมแหลม สร้างความรู้สึกบาดตาเมื่ออ่าน ดังนั้นจึงมีการเพิ่มขอบมนของตัวอักษรช่วยส่งเสริมความละมุนของแบบ ปรับสมดุลให้จุดขาดให้ดูมีความมนมากขึ้น เมื่อใช้ร่วมกันของตัวหนังสือพาดหัวและเนื้อความ 

ตัวหนังสือจุฬาภรณ์ลิขิต (ChulabhornLikit) นี้ประกอบไปด้วย

  1. ตัวพาดหัว (Display) – 1 น้ำหนัก: Medium
  2. ตัวเนื้อความ (Text) – 4 น้ำหนัก: Light, Regular, Medium และ Bold

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดฟอนต์ได้ที่นี่ 

ในกรณีที่มีการใช้งาน สามารถติดแฮชเเทก #ChulabhornLikit เพื่อให้ผู้พัฒนาแบบสามารถติดตามการใช้งานได้

ผู้ใช้งานสามารถสนับสนุนด้วยการร่วมบริจาคสมทบทุน มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ ผ่าน QR Code