Kamolkarn Kosolkarn
Kamolkarn Kosolkarn
  • Writer: Kamolkarn Kosolkarn
  • Cover Design: Namsai Supavong
  • Tag: Google Font

13+1 Thai Fonts

Read it in Loop | Loopless

➜ หลังจากการเปิดตัวแบบตัวอักษรภาษาไทยในกูเกิ้ล ฟอนต์ ทั้ง 12 แบบเมื่อปีพ.ศ. 2559 ความต้องการเผยแพร่แบบตัวอักษรอนุสัญญาอนุญาตให้ใช้ฟรี (public domain) “13 ฟอนต์แห่งชาติ” สู่สาธารณะในปีพ.ศ. 2561 ก็เกิดขึ้นเพื่อให้แบบตัวอักษรที่เคยได้ถูกออกแบบไว้นั้นได้รับการใช้งานต่อไปในอนาคต กูเกิ้ล ฟอนต์ต้องการรูปแบบตัวอักษร 13 ฟอนต์แห่งชาติที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน เหมาะสมต่อการใช้งานได้จริง และมีแบบตัวอักษรที่เป็นยูนิโค้ดเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีแบบตัวอักษรใช้งานที่มากขึ้น

ย้อนกลับไปในปีพ.ศ. 2553 ประเทศไทยได้มี “13 ฟอนต์แห่งชาติ” หรือชุดแบบอักษรสิบสามแบบที่นำหน้าด้วย TH เป็นหนึ่งในโครงการเผยแพร่ฟอนต์ลิขสิทธิ์จากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) หรือที่รู้จักในชื่อปัจจุบันว่า สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เกิดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เผยแพร่ให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้อย่างไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและสร้างสรรค์ชุดแบบอักษรอันเป็นอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ ที่ถึงแม้จะมีแบบให้เลือกมากมาย แต่ปรากฏว่ามีความนิยมและได้พบการใช้งานจริงนั้นมีเพียงแบบตัวอักษรที่ได้รับความนิยมอยู่เพียง 1-2 แบบเท่านั้น และอีก 2-3 แบบที่มีให้พบเห็นการใช้อย่างประปรายตลอดระยะเวลาเกือบทศวรรษที่ผ่านมา

คัดสรร ดีมาก เข้ามารับหน้าที่ในการปรับปรุงรูปแบบ สัดส่วน น้ำหนัก เพื่อให้เหมาะสมตามมาตรฐานแบบตัวอักษรละตินและมาตรฐานของกูเกิ้ล ฟอนต์ ไม่ว่าจะเป็น ฮินท์ติ้งการแสดงผลบนหน้าจอ ระบบครอบครัว น้ำหนักแบบตัวอักษรบนระบบมาตรฐานใหม่ที่มีตั้งแต่ความหนา 100-900 เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้อย่างหลากหลาย ตอบรับกับการใช้งานในปัจจุบันที่ว่าด้วยการแสดงผลบนหน้าจอในอุปกรณ์ที่แตกต่างกันไป รวมถึงปรับปรุงสไตล์ที่ครอบคลุมกับการใช้งานในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องของขนาดตัวอักษรและความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนของไทยและละตินที่คู่กัน เพื่อเพิ่มความสามารถในการใช้งานระหว่างไทยและละติน ทำให้แบบตัวอักษรทุกตัวนั้นสมบูรณ์ในยุคที่เราต้องใช้คำภาษาอังกฤษเขียนกำกับและแทรกในระบบการเขียนปัจจุบัน ทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นรูปแบบการใช้งานของแต่ละแบบตัวอักษร แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ช่วยให้การอ่านและความเป็นไปได้ในการใช้งานในหลายลักษณะ

นอกจากนั้นการจัดการเพื่อการแสดงผลที่ถูกต้องของระบบวรรณยุกต์ไทยก็ยังต้องมีการทำให้เป็นระบบมาตรฐานมากยิ่งขึ้นกว่าการพึ่งพิงพื้นที่สาธารณะของยูนิโค๊ดและการใช้โอเพ้นไทป์สคริปกำกับ จึงมีความจำเป็นในด้านเทคนิคในการเข้ามาจัดการเพื่อให้ฟอนต์ทั้งหมดนี้สามารถรองรับการใช้งานได้ต่อไปในยุคที่การรับข้อมูลจบลงที่หน้าจอมากกว่าสิ่งพิมพ์

โจทย์สำคัญของการปรับปรุงใหม่ในครั้งนี้ คือการพยายามรักษาเจตนาเดิมของแบบตัวอักษรไว้ให้ได้อย่างครบถ้วนเท่าที่สมเหตุผล การเปลี่ยนแปลงด้วยการวาด กำหนดจุดใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับระบบการสร้างตัวอักษรที่สามารถยืดหยุ่นและเลือกความหนาได้อย่างอัตโนมัติในอนาคต ปรับรูปทรงตัวอักษร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการพัฒนาความสามารถในการอ่านให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการเข้าไปแก้ไขตัวละตินเพื่อให้มีความสมเหตุผลมากยิ่งขึ้นจากมุมมองของต่างชาติ โดยพยายามไม่ทำให้ผู้ใช้สูญเสียความคุ้นเคยหรือแบบตัวอักษรต้องเสียเจตนาดั้งเดิมของการออกแบบไป นับเป็นการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและการแสดงผลในปัจจุบัน ซึ่งเป็นหนทางของการทำให้สมบัติสาธารณะของชาติชุดนี้สามารถถูกนำไปใช้ต่อไปได้ในอนาคต ด้วยความหวังว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าเดิมในการเรียกใช้งาน

โดยแบบตัวอักษรที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งาน อย่างเช่นแบบ สารบรรณ (Sarabun) ได้รับการปรับปรุงในหลายลักษณะ การมุ่งรักษาเจตนาเดิมของแบบตัวอักษรมีความสำคัญมากกับแบบตัวอักษรชุดนี้เพราะเป็นชุดที่ได้รับความนิยมสูงสุด มีการปรับสัดส่วนแบบตัวอักษรให้กว้างขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้มีพื้นที่สีขาวภายในตัวอักษรมากขึ้นสำหรับการขยายน้ำหนักที่หนาเป็นพิเศษมากกว่าชุดเดิม นับเป็นการปรับปรุงสัดส่วนและทำให้แบบนั้นดูร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ได้มีการพูดคุยในทีมออกแบบเพื่อค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ในด้านการจัดการส่วนหัว (loop terminal) ของตัวอักษร เพื่อให้สามารถคงหน้าตาของส่วนหัวเมื่อมีการขยายน้ำหนัก เช่น ข ฑ จ และส่วนพับ (delta) ที่ไม่หนาเกินไป เพราะเมื่อเกิดการขยายน้ำหนัก ยังคงสามารถรักษาสัดส่วนดั้งเดิมไว้ได้และเพิ่มความกว้างโดยที่ไม่เกิดจ้ำน้ำหนักที่รบกวนการอ่าน

กอฮอ (KoHo)  มีเจตนาสำคัญคือเรื่องบุคลิกความหลากหลายของคอของหัวแบบตัวอักษร จากแบบตัวอักษรเดิมมีหัวที่มีรูปทรงเป็นวงรีคล้ายเมล็ดองุ่น การหมุนคอของหัวในองศาที่ไม่เท่ากันก็ได้รับการบริหารจัดการความหนา ขนาด และองศาต่างๆ โดยหลักตรรกะ เพื่อกำหนดองศาของการหันหัวให้เป็นไปอย่างมีระบบ ซึ่งเหล่านี้มีผลต่อเทคนิคการจัดการน้ำหนักที่ปัจจุบันมีต้องการความเป็นระเบียบแบบแผนมากขึ้น, จาม (Charm) จากแบบตัวอักษรเดิมที่มีการไขว้กันไปมาระหว่างบรรทัดทำให้ช่องว่างระหว่างบรรทัดดูน้อยเกินไป จึงเป็นเรื่องของการจัดการพื้นที่ระหว่างบรรทัด (leading) กับความสูงของไม้ต่างๆ ที่พบว่าจะต้องปรับลดขนาดลงเพียงเล็กน้อย เพื่อรักษาลายมือเขียนแบบโบราณที่สะท้อนความเป็นยุคสมัยแบบเก่าไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยเพิ่มความสามารถให้ใช้งานได้จริง

เคทูดี (K2D) มีจุดสังเกตและเป็นลักษณะเฉพาะที่ให้บุคลิกพิเศษคือร่องดักหมึก (ink trap) หมายความถึงส่วนประกอบภายในส่วนพับของตัวอักษรที่ถูกจัดทำไว้ในตอนต้นมากเกินกว่าที่จำเป็น การปรับปรุงใหม่ในครอบครัวที่ใหญ่กว่าเดิม จัดทำระบบน้ำหนักใหม่ 8 น้ำหนัก โดยยังรักษาเจตนาเรื่องร่องดักหมึกไว้ผ่านการปรับปรุงใหม่ให้เหมาะสมพอดี, ครับ (Krub) การเป็นแบบตัวอักษรหัวกลมที่ปิดไม่สนิท (disconnected loop design) ในบางครั้งทำให้การแสดงผลของตัวอักษรบนโปรแกรมอื่นๆ มีปัญหาพื้นที่สีขาวของตัวอักษรไม่พอต่อการแสดงหน้าตาที่ถูกต้อง ซึ่งได้รับการแก้ไขโดยการกำหนดค่าการแสดงผลใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลบนในโปรแกรมที่หลากหลายได้

นิรมิตร (Niramit) จากโครงสร้างแบบตัวอักษรเดิมเป็นลักษณะแบบตัวอักษรไทยประเพณีนิยม คล้ายการคัดลายมือแบบอาลักษณ์ที่มีวิธีการเขียนแบบไม่ยกมือ การปรับปรุงในครั้งนี้ได้ทำการแยกเส้นที่ต่อเนื่องออกจากกัน เกิดเป็นรายละเอียดบนพื้นผิวตัวอักษรคล้ายการแตกกิ่ง ขับเน้นเจตนาเดิมที่มีให้ชัดเจนมากขึ้น, มะลิ (Mali) แบบตัวอักษรคล้ายลายมือเด็กประถมนี้ได้รับการแก้ไขรายละเอียดให้เพิ่มความเป็นตัวพิมพ์มากขึ้น ด้วยการเพิ่มขนาดหัวตัวอักษรและปรับลักษณะของหัวตัวอักษรให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จัดการเส้นและการวาดขาดึงจุดกำกับการแสดงผลต่างๆ ให้เกิดความสม่ำเสมอมากขึ้น ขยายปลายจุดจบเส้นที่กระดกแบบปัดออกให้มีความยาวเพื่อความสมเหตุผลกับอุปกรณ์การเขียน, คชสาร (Kodchasan) จากแบบที่มีเค้าโครงจากลายมือ ได้รับการจัดการเส้นให้มีความหนาของเส้นเท่ากัน (monoline) ลดความหนาของเส้นเพื่อทดส่วนที่เป็นจ้ำน้ำหนักออกไป เพื่อแก้ปัญหาพื้นผิวเมื่อถูกใช้ในบริมาณที่มาก ส่งผลทำให้มีรูปทรงของแบบที่คมมากขึ้น

ฟ้ากว้าง (Fah-Kwang) แบบอักษรที่มีจุดเด่นคือความกว้างต่างไปจากโครงสร้างอักษรไทยในอุดมคติ มีลักษณะเส้นแบบหนาบาง ฟ้ากว้างในรุ่นนี้มีการปรับสัดส่วนหัวของตัวอักษรให้สมส่วน ปรับค่าความเปรียบต่าง (contrast) ให้คงที่ในทุกน้ำหนัก เพื่อเพิ่มความเป็นทางการ โดยหวังว่าจะสามารถถูกหยิบมาใช้งานจริงได้บ่อยยิ่งขึ้น เนื่องจากสัดส่วนที่เปลี่ยนไป จึงมีการจัดการกับระบบช่องไฟใหม่ด้วยเช่นกัน, จามรมาน (Charmonman) จากแบบตัวอักษรที่มีกลิ่นอายการเขียนตัวลายมือที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก การเดินเส้นมีช่วงความหนา-บางสูง มีปลายสะบัด (swatch) ที่มีความใกล้เคียงกับตัวลายมือจากตะวันตก การปรับเปลี่ยนแบบในครั้งนี้ ได้โฟกัสที่แบบระหว่างตัวไทยและละตินมีความเข้ากันมากกว่าเดิม ไม่ต้องพึ่งพาการอ้างอิงตัวอักษรละตินอื่นอีกต่อไป โดยมุ่งหน้าสร้างน้ำเสียงที่ชัดเจนโดยแชร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับละตินมากกว่าตัวต้นฉบับ, จักรเพชร (Chakra-Petch) โครงสร้างของแบบตัวอักษรได้รับการพัฒนาให้เป็นแบบตัวอักษรร่วมสมัย ถูกออกแบบด้วยระบบ 45 ดีกรี ซึ่งค่อนข้างอิงกับระบบอย่างตรงไปตรงมา จึงถูกปรับปรุงให้คำนึงถึงภาพรวมมากกว่าระบบ และลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นเพื่อลดข้อแม้รับความยืดหยุ่นของแบบ ผลลัพธ์ที่ได้คือแบบตัวอักษรไทยหัวกลมที่ทันสมัยสมเหตุผลทางเทคนิค สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งชื่อเรื่อง เนื้อหา ทำให้เป็นที่ถูกจดจำและสามารถใช้งานได้จริงในการแสดงผลในปัจจุบัน

ใบจามจุรี (Bai-Jamjuree) แบบใหม่ได้รับการปรับหัวของแบบตัวอักษรไปสู่ทิศทางที่เป็นตามธรรมชาติของการเขียน เพิ่มเส้นตรงบริเวณส่วนโค้งเพื่อความเข้ากันของแบบมากขึ้น โดยเจตนาของผู้ออกแบบได้นำหลังคาของตัวอักษรมีปากมาเป็นเงื่อนไขในการออกแบบส่วนโค้งของตัวอักษรอื่นๆ  เพื่อให้ใช้งานได้จริงมากกว่าการเป็นแบบตัวอักษรเพื่อความสวยงาม รักษาเอกลักษณ์ไว้ โดยคำนึงถึงคุณภาพของแบบตัวอักษรให้อยู่ในรูปทรงสมบูรณ์ เพื่อให้ได้หน้าตาแบบที่เหมาะสมกับมาตรฐาน, ศรีศักดิ์ (Srisakdi) แบบตัวอักษรลายมืออาลักษณ์มาจากยุคต้นรัตนโกสินทร์ มีจุดเด่นคือตัวเอียงและมีปลายสะบัด ให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือ การปรับปรุงใหม่เก็บรักษาเอกลักษณ์ไว้อย่างครบถ้วน จากลายมือเขียนสู่การนำเสนอแบบตัวอักษรที่รักษาความเป็นตัวอาลักษณ์ไว้และสามารถใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยการปรับปรุงให้ปลายสะบัดสั้นลงในระยะที่เหมาะสมเพื่อให้ดูร่วมสมัยมากกว่าเดิมแต่ยังคงรู้สึกถึงเอกลักษณ์ความเป็นอาลักษณ์ ในขณะเดียวกับที่ได้ขยายส่วนสูงของแบบตัวอักษรให้สูงขึ้น เพิ่มความชัดเจนด้วยการคำนึงถึงพื้นที่สีขาวในระบบช่องไฟเพื่อให้สามารถอ่านได้ง่าย สะดวกใจมายิ่งขึ้นในการใช้ละตินคู่กันกับตัวภาษาไทย

และท้ายสุดคือ ธ สถิต  (Thasadith) แบบตัวอักษรที่เกิดจากการพิจารณาศรีศักดิ์ด้วยเงื่อนไขและวิธีการอ่าน ธ สถิต ถูกเขียนขึ้นมาใหม่ โดยตั้งข้อสงสัยต่อการเขียนแบบตั้งตรงของฟอนต์ศรีศักดิ์ ทีมออกแบบได้ทบทวนเรื่ององศาการเอียงของศรีศักดิ์และทดลองทำเป็นตัวตั้งตรง ราวกับว่าหากแบบที่เคยเป็นตัวเอียงมาก่อนเมื่อเปลี่ยนวิธีเขียนเป็นตั้วตั้งตรงในสมัยปัจจุบันจะเป็นเช่นไร เป็นการต่อยอดจากโครงสร้างแบบตัวอักษรของศรีศักดิ์ภายใต้บริบทปัจจุบัน

ผู้ที่สนใจใช้งานสามารถดาวน์โหลด Google Fonts ภาษาไทยได้ที่นี่